Slide background
Slide background
Slide background

โรคกลัว ป่วยทางจิต

โพสต์เมื่อวันที่ 29 ส.ค. 2556 เวลา 00:00:00 | Health Update

  • 4165 ครั้ง

 

   

          ถ้าพูดถึงความกลัวมักจะเป็นกันทุกคน อาจเป็นเพราะสภาพแวดล้อม
และสภาพจิตใจของคนๆนั้น แต่เรามีวิธีรับกับความกลัวกันอย่างไรกันบ้าง เราไปทำความรู้จัก
และเข้าใจวิธีการดูแลตัวเองจากความกลัวกัน

 

        ความกลัว หรือโรคกลัว เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้คุณนั้นดูไม่มั่นใจ หรือกลัวว่าจะเจอกับเรื่องราวต่างๆ มากมาย ในสิ่งที่ยังไม่เกิด “โรคกลัวเจ้านาย” (Bossophobia) “โรคกลัวการลงโทษ” (Poinephobia) “โรคกลัวที่ทำงาน” (Workplace Phobia) ...

“ โรคกลัวความล้มเหลว” (Atychiphobia) “โรคกลัวการเดินไปข้างหน้าของเวลา” (Chronophobia) “โรคกลัวการตัดสินใจ” (Decidophobia) “โรคกลัวประสบการณ์ใหม่ๆ” (Neophobia) “โรคกลัวความคิดใหม่ๆ” (Cenophobia) คือ ตัวอย่างบางส่วนของโรคทางจิตเวช

แม้ความกลัว (Fear) จะเป็นสัญชาตญาณขั้นพื้นฐานของมนุษย์ แต่โรคกลัว (Phobia) ตรงกันข้าม
“โรคกลัว” เป็นความกลัวชนิดที่ไม่ปกติ ผู้ป่วยจะมีการแสดงอารมณ์ที่รุนแรง เช่น ร้องไห้ฟูมฟาย หรือพะอืดพะอมอาเจียน โดยโรคกลัวจะแตกต่างกับ “ความวิตกกังวล” เพราะกรณีของโรคกลัวนั้นเราจะรู้ตัวเองว่ากลัวอะไร แต่ความวิตกกังวลนั้น เราไม่รู้ว่าเรื่องอะไร

ผู้ป่วยโรคกลัวจะกลัวสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยที่ไม่สมควรกลัว เป็นการกลัวที่ไม่สมเหตุสมผล สาเหตุของการกลัวมิได้เกิดจากเชื้อโรคหรือกรรมพันธุ์อย่างโรคทั่วๆ ไป และไม่ได้เกิดอาการกลัวไปทุกสิ่งทุกอย่าง แต่จะกลัวเฉพาะ สิ่งเร้าบางอย่างเท่านั้น ผู้ป่วยมักจะรู้ว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการกลัว

แบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ได้แก่
      - กลัวอะไรที่เฉพาะเจาะจง (Specific Phobia)
-  กลัวสถานการณ์ (Social Phobia)

สาเหตุของการเกิดโรค มีส่วนเกี่ยวข้องกับความเครียดที่อยู่ภายใต้จิตใต้สำนึก ไม่ว่าความเครียดอันเนื่องมาจากการทำงาน หรือความฝังใจที่ได้รับมาก่อนหน้า อาจเป็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายในจิตใจ
เช่น การถูกตำหนิบ่อยครั้ง  การผิดพลาดจากการทำงาน หรือภาวะที่กระทบจิตใจอย่างรุนแรง
ทางครอบครัว รวมถึงการกระทบกระทั่งกับเพื่อนร่วมงานอย่างรุนแรง

อาการทั่วไป ผู้ป่วยจะใจสั่น หัวใจเต้นแรง หายใจเร็ว มือเท้าเย็นอ่อนปวกเปียก
ท้องไส้ปั่นป่วน และบางคนวิงเวียนตาลาย อาเจียน ฯลฯ

   การรักษาโรคกลัวสามารถทำได้โดยให้คนที่เป็นโรคนี้เข้าไปเผชิญกับสิ่งที่ตนเองกลัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป (Graded Exposure) จนผู้ป่วยเกิดความชินชากับสิ่งนั้น อย่างไรก็ดี หากไม่สามารถรักษาด้วยวิธีข้างต้นได้ จำเป็นต้องพบจิตแพทย์เพื่อรักษา โดยแพทย์จะสั่งจ่ายยาระงับความกลัวให้

นี่คือตัวอย่างของโรคกลัวที่ผ่านการศึกษาในระดับสากล (ไม่น่าเชื่อ... แต่ก็มีอยู่จริง) โรคกลัวการอาบน้ำ โรคกลัวความมืด โรคกลัวเสียงดัง โรคกลัวของแหลม โรคกลัวเจ็บ โรคกลัวถนน โรคกลัวกระเทียม
โรคกลัวการแสดงความคิดเห็น โรคกลัวความสูง โรคกลัวการเดิน โรคกลัวการลืม

โรคกลัวลม โรคกลัวผู้ชาย โรคกลัวภาษาอังกฤษ โรคกลัวดอกไม้ โรคกลัวตัวเลข โรคกลัวฟ้าร้องฟ้าผ่า โรคกลัวความอ่อนแอ โรคกลัวทอง โรคกลัวการอยู่คนเดียว โรคกลัวแบคทีเรีย
โรคกลัวกระสุน โรคกลัวแรงดึงดูด โรคกลัวบันได โรคกลัวหนังสือ โรคกลัวพืช

โรคกลัวคนสวย โรคกลัวหัวใจ โรคกลัวกระจก โรคกลัวอาหาร โรคกลัวหิมะ โรคกลัวการเต้น โรคกลัวเงิน โรคกลัวการนอนหลับ โรคกลัวป่าช้า โรคกลัวดาวหาง โรคกลัวแก้ว โรคกลัวคอมพิวเตอร์ โรคกลัวอาหารมื้อเย็น โรคกลัวต้นไม้ โรคกลัวความยุติธรรม โรคกลัวโบสถ์ โรคกลัวบ้าน

โรคกลัวไฟฟ้า โรคกลัวความอิสระ โรคกลัวแมลง โรคกลัวสีแดง โรคกลัวความเย็น โรคกลัวการแต่งงาน โรคกลัวคนแก่ โรคกลัวการพูดในที่สาธารณะ โรคกลัวนรก โรคกลัวสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โรคกลัวการมีความสุข โรคกลัวดวงอาทิตย์ โรคกลัวเลือด หรือแม้แต่โรคกลัวคำศัพท์ยาวๆ (Hippopotomonstrsesquippedaliophobia)

ใครมีอาการ หรือรู้ตัวว่าเข้าข่าย... โปรดปรึกษาแพทย์จะดีที่สุดค่ะ

 

 

..........................................................
ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก : www.posttoday.com

 

 

แชร์ข่าวนี้ :

ข่าวอื่นๆ

Top